รีวิว Huawei P40 Pro หลังใช้จริงนานนับสัปดาห์แบบไม่ลง GMS!

รีวิว (Review) HUAWEI P40 Pro 5G

>>สนใจสั่งซื้อสินค้าคลิกที่นี่<<

ที่สุดของเรือธงเพื่อการถ่ายภาพ พร้อมรองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่อง และฟีเจอร์แรงล้ำไฮเอนด์จัดเต็ม ด้วยกล้อง Ultra Vision Leica Quad Camera 50MP ผสานกล้องหน้าคู่ 32MP, ชิปเซ็ต Kirin 990 5G, จอ OLED Quad-Curve Overflow 90Hz, แบตเตอรี่ 40W SuperCharge 4200 mAh และระบบ AI อัจฉริยะ บนบอดี้กันน้ำ IP68 สุดพรีเมียมที่ไม่กลัวร้อน

20 พฤษภาคม 2020 – HUAWEI P-Series ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความโดดเด่นด้านการถ่ายภาพมาโดยตลอด ซึ่งเราจะเห็นได้จากการเปลี่ยนแปลงในรุ่น HUAWEI P9 ที่มาพร้อมกับระบบกล้องหลังคู่ที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ผู้ผลิตกล้องระดับโลกอย่าง LEICA ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาทาง Huawei ก็ได้เปิดตัว HUAWEI P-Series รุ่นใหม่ล่าสุดประจำปี 2020 นั่นก็คือ HUAWEI P40 Series อย่างเป็นทางการ และมีการนำสมาร์ทโฟนรุ่นไฮไลท์อย่าง HUAWEI P40 Pro 5G เข้ามาวางจำหน่ายเพื่อให้ผู้ใช้ในประเทศไทยได้มีโอกาสจับจองเป็นเจ้าของอีกด้วย

การกลับมาของ HUAWEI P40 Pro 5G ก็ถือว่าไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะมีการอัปเกรดคุณสมบัติภายในใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่หน้าจอแสดงผลดีไซน์ใหม่ในชื่อ Quad-Curve Overflow Display หรือหน้าจอขอบโค้งทั้งสี่ด้านเป็นรุ่นแรกของ Huawei ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากขอบโค้งของน้ำที่อยู่ปริ่มขอบแก้ว ช่วยเพิ่มพื้นที่ในการแสดงผลมากขึ้น และยังจับถือได้อย่างถนัดมือ พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz ที่ช่วยให้การแสดงผลเป็นไปอย่างลื่นไหล ผสานกับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ In-Screen Fingerprint Sensor, ชิปเซ็ตประมวลผลตัวท็อปใหม่ล่าสุดของค่ายอย่าง Kirin 990 5G ที่มีการฝังชิปโมเด็มสำหรับเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G มาให้ภายในตัว สามารถใช้งานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่าย 5G ในประเทศไทยได้ตั้งแต่แกะกล่อง รวมถึงระบบชาร์จไวแบบ 40W HUAWEI SuperCharge หรือ 27W Wireless HUAWEI SuperCharge

ด้านการถ่ายภาพมาพร้อมกับกล้องที่พัฒนาร่วมกับแบรนด์ LEICA เช่นเดิม แต่ยกเครื่องใหม่ยกชุด โดยมาพร้อมกับกล้องหลังจำนวน 4 ตัว ความละเอียดสูงสุดมากถึง 50 ล้านพิกเซล พร้อมเทคโนโลยีเบื้องหลังสำหรับช่วยถ่ายภาพอย่าง XD Fusion Image Engine ที่จะเข้ามาช่วยประมวลผลภาพถ่ายให้มีความสวนงามขึ้นไปอีกขั้น รวมไปถึงกล้องเลนส์ซูม SuperSensing Telephoto ที่ปรับไปใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ RYYB เหมือนกับกล้องตัวหลักของ Huawei รุ่นก่อน ส่งผลให้การถ่ายภาพด้วยกล้องเลนส์ซูมจะมีความคมชัดมากกว่าเดิม กับกล้อง Ultra Wide Cine Camera ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล ที่ถ่ายวิดีโอได้อย่างยอดเยี่ยม ส่วนกล้องหน้าอัปเกรดมาใช้ระบบกล้องคู่ ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล พร้อม IR Depth Camera ที่จะเข้ามาช่วยตรวจจับท่าทางการเคลื่อนไหวของผู้ใช้งาน เพื่อช่วยให้ควบคุมสมาร์ทโฟนโดยไม่ต้องสัมผัสหน้าจอได้เหมือนกับรุ่นพี่อย่าง HUAWEI Mate30 Pro รวมทั้งยังใช้สำหรับระบบปลดล็อกด้วยใบหน้าที่มีความปลอดภัยในระดับสูง

สำหรับ HUAWEI P40 Pro 5G เปิดราคาจำหน่ายในบ้านเราเอาไว้ที่ 31,990 บาท โดยสมาร์ทโฟนรุ่นนี้จะมีจุดเด่นอะไรที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามรับชมผ่านบทความรีวิวจากทีมงาน Thaimobilecenter พร้อมกันได้เลยครับ

รูปลักษณ์ภายนอกตัวเครื่อง และการออกแบบดีไซน์

HUAWEI P40 Pro 5G มาพร้อมกับกล่องผลิตภัณฑ์สีขาวพร้อมประทับชื่อรุ่นด้วยสีทอง และมีการประทับโลโกของ AppGallery เอาไว้ที่ด้านล่างของกล่อง ซึ่งเป็นการสื่อให้เห็นว่า HUAWEI P40 Pro 5G จะรองรับบริการ HMS (HUAWEI Mobile Services) ตั้งแต่แกะกล่อง และไม่ได้มาพร้อมกับ GMS (Google Mobile Services)

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ภายในกล่องประกอบไปด้วย เคสใส, อแดปแเตอร์สำหรับชาร์จแบตเตอรี่, หูฟังแบบ Earbuds, สาย USB Type-C สำหรับโอนถ่ายข้อมูล และงานร่วมกับอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่, เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด

สำหรับอแดปเตอร์ชาร์จแบตเตอรี่ของ HUAWEI P40 Pro 5G รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ HUAWEI SuperCharge ซึ่งมีกำลังการจ่ายไฟสูงสุดที่ 10V/4A หรือ 40W

เคสใสที่แถมมาให้ภายในกล่องผลิตภัณฑ์จะมีความ นูนออกจากตัวเครื่องเพื่อปกป้องเลนส์กล้องหลังทั้ง 4 ตัว

มาดูที่ตัวเครื่องกันบ้าง สำหรับ HUAWEI P40 Pro 5G มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ Flex OLED ขนาดใหญ่ 6.58 นิ้ว ความละเอียดระดับ Full HD+ บนดีไซน์แบบ Quad-Curve Overflow Display ซึ่งเป็นหน้าจอแสดงผลขอบโค้งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามของสายน้ำที่ไหลผ่าน มีจุดเด่นด้านขอบทั้งสี่ด้านที่บางเฉียบ พร้อมรองรับการแสดงผลตามมาตรฐานแบบ DCI-P3 HDR รวมทั้งยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี Refresh Rate ระดับ 90Hz ช่วยให้แสดงผลได้อย่างลื่นไหลมากกว่าหน้าจอแบบ 60Hz ที่ใช้บนสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป

ที่ด้านบนของหน้าจอแสดงผลติดตั้งชุดกล้องหน้า คู่ Dual In-Display Camera แบ่งออกเป็น กล้องตัวหลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 และกล้อง IR Depth / Gesture Camera สำหรับถ่ายภาพเซลฟี่หน้าชัดหลังเบลอ รวมถึงตรวจจับการเคลื่อนไหวของท่าทางผู้ใช้งาน นอกจากนี้ บริเวณชุดกล้องหน้าคู่ยังติดตั้งเซ็นเซอร์สำคัญอย่าง Ambient Light สำหรับปรับแสงของหน้าจอให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมภายนอก และเซ็นเซอร์ Proximity สำหรับดับหน้าจอแสดงผลแบบอัตโนมัติเมื่อยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาแนบหู

ที่ด้านล่างของหน้าจอแสดงผลไม่มีปุ่มควบคุุมใดๆ เนื่องจาก Huawei ได้ปรับไปใช้ระบบการควบคุมแบบ Gesture หรือการลากนิ้วจากขอบจอเพื่อสั่งการ นอกจากนี้ พื้นที่ด้านล่างหน้าจอยังเป็นพื้นที่สำหรับติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวางนิ้วเพื่อปลดล็อกได้อย่างสะดวก

ที่ด้านบนของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวน และ Infrared สำหรับใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันประเภทรีโมท

ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่องติดตั้งปุ่มปรับระดับ เสียง และปุ่ม Power สำหรับล็อกหน้าจอแสดงผล หรือเปิด-ปิด เครื่อง

ที่ด้านขวาของตัวเครื่องไม่มีปุ่มควบคุมใดๆ

ที่ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ถาดใส่ซิมการ์ดแบบ Dual nanoSIM Slot, ไมโครโฟนสำหรับสนทนา, พอร์ตเชื่อมต่อแบบ USB Type-C และลำโพงเสียงเดี่ยว

ด้านหลังตัวเครื่องมาพร้อมกับบอดี้กระจกขอบโค้ง ที่จับถือได้อย่างกระชับมือ พร้อมคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 โดยด้านในตัวเครื่องสวยๆ แบบนี้ยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 4200mAh บนน้ำหนักตัวเครื่องเพียง 209 กรัม ซึ่งถือว่าเป็นน้ำหนักตัวเครื่องที่บางกว่าสมาร์ทโฟนเรือธงบางรุ่นที่ให้ความจุ แบตเตอรี่มาน้อยกว่า

ที่ด้านบนติดตั้งชุดกล้องหลัง 4 ตัว แบ่งออกเป็น

– กล้อง Ultra Wide Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.8
– กล้อง Ultra Vision Wide ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.9 เซ็นเซอร์รับภาพแบบ RYYB พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
– กล้อง SuperSensing Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/3.4 เซ็นเซอร์รับภาพแบบ RYYB รองรับการซูมภาพแบบ Optical Zoom ระดับ 5 เท่า
– กล้อง 3D Depth Sensing สำหรับตรวจจับข้อมูลชัดตื้น

พร้อม Colour Temperature Sensor เซ็นเซอร์สำหรับตรวจวัดอุณหภูมิเพื่อประมวลผลร่วมกับกล้องถ่ายภาพ

หากสังเกตจากรายชื่อกล้องทั้งหมดจะเห็นได้ว่า กล้องเลนส์ซูม Telephoto ของ HUAWEI P40 Pro 5G มีการอัปเกรดไปใช้เซ็นเซอร์รับภาพแบบ RYYB ซึ่งก็คือเซ็นเซอร์รับภาพแบบเดียวกันกับที่ใช้กับกล้องตัวหลักบน HUAWEI P-Series รุ่นก่อนๆ ช่วยเก็บแสงได้ดีขึ้นกว่าเดิม ส่วนกล้องตัวหลักของ HUAWEI P40 Pro ในครั้งนี้อัปเกรดไปใช้เซ็นเซอร์รับภาพตัวใหม่ในชื่อ Ultra Vision ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์แบบ RYYB ที่มีขนาดของเซ็นเซอร์ที่ใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปบนท้องตลาด และยังสามารถรับแสงได้ดีขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับเซ็นเซอร์รับภาพรุ่นก่อน

>>สนใจสั่งซื้อสินค้าคลิกที่นี่<<